14 วิธีเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างไร ไม่ให้โดนเท
การที่เราจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง ย่อมอยากได้บ้านที่ถูกใจตัวเอง คุ้มค่า และครบครันต่อการใช้ชีวิต และที่สำคัญต้องเกิดปัญหาให้น้อยที่สุด หรือไม่มีเลยจะดีมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องคำนึงตั้งแต่ในขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้างแล้ว การเลือกบริษัทรับเหมาในการสร้างบ้านของเราจึงต้องเลือกให้ดีที่สุดและเลือกให้คุ้มค่าที่สุด ปัจจุบันข่าวทิ้งงานของผู้รับเหมามีให้เราเห็นอยู่บ่อย ๆ ซึ่งก็ทำให้เจ้าของบ้านต้องเสียทั้งเงินทั้งเวลา เพราะฉะนั้นเราควรคิดและไตร่ต้องหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกบริษัทรับเหมาให้ละเอียดอย่ามองข้ามเด็ดขาด
รู้จักประเภทของผู้รับเหมาก่อสร้าง
ผู้รับเหมาก่อสร้าง หมายถึง บุคคลที่รับจ้างก่อสร้างอาคาร หรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ โดยวิธีเหมา และสำหรับคำว่าเหมาหากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ การคิดเป็นจำนวนรวม เช่น การรับเหมาก่อสร้างที่รวมทั้งค่าแรง ค่าวัสดุก่อสร้าง ไว้ในงบประมาณเดียวกัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ
- ผู้รับเหมาที่ดำเนินการในรูปแบบบริษัทรับสร้างบ้าน มีบทบาทหน้าที่หลักในการรับสร้างบ้านอย่างชัดเจน
- ผู้รับเหมาที่ดำเนินการในรูปแบบนิติบุคคล มุ่งเน้นการให้บริการสร้างบ้านแบบครบวงจร และจะเพียบพร้อมไปด้วย วิศวกร สถาปนิก ฝ่ายบริการลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย
- ผู้รับเหมาที่ดำเนินการโดยตัวบุคคล กลุ่มนี้จะพบบ่อยในงานสร้างบ้านทั้งหลัง ต่อเติม ซึ่งช่างกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มีประสบการณ์สูงและมีชื่อเสียงที่ดี
เทคนิคการเลือกผู้รับเหมาให้ได้คุณภาพและไม่โดนทิ้งงาน
การเลือกผู้รับเหมา เลือกอย่างไร ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ มีทริคในการเลือกมาฝากเพื่อน ๆ กันดังนี้
- ตรวจสอบชื่อเสียง: การหาบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรละเลย รวมไปถึงการตรวจสอบชื่อเสียงของบริษัทรับเหมานั้น ๆ ด้วย โดยชื่อเสียงเหล่านี้จะตรวจสอบได้โดยสอบถามคนรู้จักที่เชื่อที่ได้และเคยใช้บริการมาก่อน หรือตรวจสอบข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก็ได้
- มีสถานที่ตั้งเป็นหลักแหล่งแน่นอน: ต้องพิจารณาดูว่าบริษัทรับเหมามีที่อยู่ที่ยืนยันได้ หรือสำนักงานที่ตั้ง ระบุไว้อย่างชัดเจนหรือไม่ เพื่อให้หากเกิดปัญหาขึ้นระหว่างการก่อสร้าง เราก็สามารถที่จะติดตามมาแก้ไขปัญหาได้
- มีผลงานคุณภาพพร้อมโชว์ได้: ผู้รับเหมาที่ซื่อสัตย์งานดีต้องรีวิวผลงานตัวเองได้ ซึ่งไม่มีเวทีหรือช่องทางไหนจะบอกเล่าได้ดีเท่ากับสถานที่จริง ฉะนั้น อย่าลืมให้ผู้รับเหมาพาไปเยี่ยมชมผลงานที่ผ่านมา
- อย่าเห็นแก่ของราคาถูก: สำหรับการก่อสร้างบ้าน ไม่ควรที่จะนำหลักการของดีราคาถูกมาใช้ เพราะทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีราคาของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นราคาค่าวัสดุก่อสร้าง ราคาค่าจ้างช่าง ต่างต้องมีมาตรฐานกลางเป็นตัวชี้วัด
- ผู้รับเหมาต้องมีทีมงานพร้อม: เช่น มีวิศวกร มีสถาปนิก ร่วมปฏิบัติงานอยู่จริง นอกจากนี้ควรมีทีมงานเพื่อสนับสนุนงานในด้านต่างๆ เช่น มีเจ้าหน้าที่จัดซื้อ มีช่างในทีมหลากหลาย
การแจกแจงรายการ BOQ และสัญญาจ้าง
ควรเลือกผู้รับเหมาที่สามารถแจกแจง “รายการ BOQ” ได้ละเอียดเหมาะสม BOQ คือเอกสารที่รวบรวมรายการประมาณราคาค่าวัสดุ และค่าแรงก่อสร้างในการก่อสร้างบ้านหลังหนึ่งๆ ประโยชน์ของ BOQ มีดังนี้
- ใช้เป็นราคากลางในการเปรียบเทียบราคาของผู้รับเหมาแต่ละรายก่อนที่เราจะเลือก
- ใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบงาน และควบคุมราคาก่อสร้างบ้าน
นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติเราขอแนะนำให้ทำเป็นหนังสือสัญญา และลงนามกันชัดเจนเสมอ โดยสัญญาควรจะระบุชัดเจนว่า การจ้างนั้นจะเป็นการจ้างแบบเฉพาะค่าแรง หรือจ้างเหมาเบ็ดเสร็จ
การแบ่งชำระเงินตามงวดงาน
การแบ่งชำระเงินเป็นงวดๆ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อให้เชื่อใจมากแค่ไหนก็อย่าจ่ายค่าจ้างก้อนเดียวหนักๆ เพราะอนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยรายละเอียดการแบ่งจ่ายเงินตามสเต็ปต์งานก่อสร้างมีดังนี้
| งวดที่ | รายละเอียดงานที่ต้องแล้วเสร็จ | สัดส่วนการชำระเงิน |
|---|---|---|
| 1 | เมื่อเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา | 5-10 % |
| 2 | งานตอกเข็ม ขนย้ายเครื่องมือก่อสร้าง และสร้างบ้านพักคนงานแล้วเสร็จ | ตามตกลง |
| 3 | งานตอหม้อ คานคอดิน พื้นชั้นล่าง และเสาชั้นล่างแล้วเสร็จ | ตามตกลง |
| 4 | งานคาน เสา พื้นชั้น 2 และเสาชั้นล่างแล้วเสร็จ | ตามตกลง |
| 5 | งานมุงหลังคา และงานก่ออิฐทั้งหมดแล้วเสร็จ | ตามตกลง |
| 6 | งานติดตั้งวงกบ งานระบบไฟ สุขาภิบาล ส่วนเดินท่อร้อยสายแล้วเสร็จ | ตามตกลง |
| 7 | งานฉาบปูนภายใน ภายนอก และงานฝ้าเพดานภายนอกอาคารแล้วเสร็จ | ตามตกลง |
| 8 | งานฝ้าเพดานภายใน งานปูพื้น และงานติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมด | ส่วนที่เหลือ |