ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2568
มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ได้จัดทำราคาค่าก่อสร้างอาคารอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่เป็นกลางในการจัดทำราคาค่าก่อสร้างอาคารอย่างต่อเนื่อง ได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลเพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการประเมินค่าทรัพย์สิน
การเปลี่ยนแปลงราคาค่าก่อสร้างล่าสุด (มกราคม 2568)
สรุปผลการเปลี่ยนแปลงราคาค่าก่อสร้างล่าสุดในช่วงเดือน ธันวาคม 2567 - มกราคม 2568 (ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 - ไตรมาสที่ 1 ปี 2568) พบว่าราคาวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยรวมประมาณ +0.65% โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาวัสดุสำคัญ ดังนี้:
- ซีเมนต์ เพิ่มขึ้น +4.54%
- ผลิตภัณฑ์คอนกรีต เพิ่มขึ้น +0.09%
- เหล็ก เพิ่มขึ้น +0.39%
- ไม้ เพิ่มขึ้น +0.09%
- วัสดุก่อสร้างอื่นๆ เพิ่มขึ้น +0.66%
ในขณะที่วัสดุบางรายการมีการปรับตัวลดลง ได้แก่ เหล็กเส้น -0.07%, ผลิตภัณฑ์ PVC -1.46%, สุขภัณฑ์ -1.55% และกระเบื้อง -0.19%
สัดส่วนต้นทุนการก่อสร้าง
โครงสร้างราคาค่าก่อสร้างอาคารประกอบด้วยสัดส่วนของวัสดุและค่าดำเนินการต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังตารางต่อไปนี้:
| รายการ | สัดส่วนต้นทุน | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|
| ค่าวัสดุก่อสร้าง | 60% | +0.65% |
| ค่าแรงงาน | 20% | พิจารณาเท่าเดิม ยังไม่มีการปรับเพิ่ม |
| กำไร ภาษี และค่าดำเนินการ | 20% | พิจารณาเท่าเดิม ยังไม่มีการปรับเพิ่ม |
| รวมต้นทุนการก่อสร้างทั้งหมด | 100% | +0.39% |
หลักเกณฑ์การหักค่าเสื่อมราคาอาคาร
สำหรับการประเมินค่าทรัพย์สินโดยวิธีต้นทุน (Cost Approach) มีแนวทางในการพิจารณาค่าเสื่อมราคาดังนี้:
- กำหนดอายุขัยเฉลี่ย: กำหนดให้อาคารมีอายุขัยเฉลี่ย 50 ปี โดยหักค่าเสื่อมราคาได้ประมาณปีละ 2% (100% หาร 50 ปี)
- เกณฑ์การหักค่าเสื่อมสูงสุด: การหักค่าเสื่อมราคาจะดำเนินการจนถึงประมาณ 40% และหลังจากนั้นไม่หักค่าเสื่อมราคาเพิ่มอีก โดยถือว่าโครงสร้างหลักยังมีความแข็งแรง
- การพิจารณาตามสภาพ: สำหรับอาคารที่มีอายุ 30 หรือ 40 ปีขึ้นไป หากโครงสร้างยังดีอยู่จะคงมูลค่าไว้ที่ 40% ของราคาค่าก่อสร้างใหม่เสมอ
ข้อมูลราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการประเมินค่าทรัพย์สินและอุตสาหกรรมการก่อสร้างไทย