เทคนิคในการปรับปรุงบ้านหลังน้ำท่วม
น้ำมาของเสียหมด น้ำลดก็ต้องซ่อมแซมบ้านกันต่อไปครับ ปัญหาน้ำท่วมที่มากันเป็นขาประจำทุกปีในช่วงหน้าฝน บ้านไหนที่โดนน้ำท่วมก็ขอเป็นกำลังใจให้ และมีเทคนิคในการปรับปรุงบ้านหลังน้ำท่วมมาฝากกันครับ
ตรวจสอบระบบไฟฟ้า
อย่ารีบร้อนใช้ระบบไฟฟ้า เพราะเมื่อระบบไฟฟ้าโดนน้ำเข้าไปแล้วจะมีความชื้นอยู่ ซึ่งเป็นอันตรายมาก ต้องตรวจเช็คให้ดีว่าแห้งสนิทจริง ๆ จากนั้นลองเปิดคัทเอาท์ดูหากคัทเอาท์ตัดแสดงว่ายังมีไฟรั่ว ต้องตามช่างมาแก้ไข ดับไฟทั้งหมด แต่ยังเปิดคัทเอาท์ไว้ แล้วไปดูที่มิเตอร์ไฟ หากยังหมุนอยู่แสดงว่ามีไฟรั่วต้องตามช่างมาแก้ไข
การวางระบบไฟใหม่ครั้งนี้ ควรแยกวงจรไฟฟ้าเป็น 2-3 วงจร โดยแยกระบบไฟฟ้าส่วนที่น้ำท่วมบ่อย ๆ ออกเป็นอีกวงจรหนึ่ง ชั้นบนอีกวงจรหนึ่ง เพื่อสะดวกในการ ปิดเปิด และซ่อมแซม ส่วนปลั๊กที่อยู่ชั้นล่าง ย้ายให้สูงขึ้นมาจากระดับพื้นประมาณ 1 เมตร
ความปลอดภัยและอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว
มิเตอร์ไฟจะบอกถึงขนาดเมนเบรกเกอร์ที่ต้องใช้งาน โดยขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าจะบอกถึงขนาดเมนเบรกเกอร์ที่ต้องใช้งาน เราต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมเพื่อที่จะสามารถตัดวงจรไฟฟ้าได้ทันท่วงที นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วหรือไฟดูดติดตั้งหรือไม่ ดังรายละเอียดต่อไปนี้:
| รายการ | รายละเอียดและคำแนะนำ |
|---|---|
| มิเตอร์ขนาด 5(15)A | ให้ใช้เมนเบรกเกอร์ขนาด 16A |
| มิเตอร์ขนาด 15(45)A | ให้ใช้เมนเบรกเกอร์ขนาด 50A |
| RCCB | ทำหน้าที่ป้องกัน ไฟดูดและไฟรั่ว แต่ไม่สามารถตัดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้ ต้องติดตั้งควบคู่กับเบรกเกอร์ |
| RCBO | ทำหน้าที่ป้องกันทั้ง ไฟดูด ไฟรั่ว ไฟเกินพิกัด และไฟฟ้าลัดวงจร ในตัวเดียวกัน |
ตรวจสอบระบบประปา
ในส่วนของถังเก็บน้ำ หากอยู่บนดินสามารถตรวจสอบได้ง่าย ให้เปิดฝาถังดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมอะไรเข้าไปหรือ แล้วทำความสะอาด แต่หากถังอยู่ใต้ดินซึ่งอยู่ใต้น้ำท่วมเป็นเวลานาน ต้องเรียกช่างมาตรวจเช็คและทำความสะอาดให้ สำหรับปั๊มน้ำ เบื้องต้นตรวจสอบแรงดันน้ำ โดยสังเกตจากเสียงว่าเหมือนเดิมหรือไม่ ตรวจสอบอุปกรณ์ภายใน ทำความสะอาด ตากแดดให้แห้ง แล้วลองใช้ดู หากมีความผิดปกติควรเรียกช่างมาซ่อม
ขจัดเชื้อราและฆ่าเชื้อโรค
ที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม และของใช้ต่าง ๆ ที่เป็นผ้า นำไปฉีดน้ำแรง ๆ เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกไป แล้วนำมาซักทำความสะอาด และตากแดดให้แห้ง แต่ถ้าชิ้นไหนดูแล้วไปต่อไม่ไหวก็ต้องตัดใจทิ้งไปนะครับ อย่าเสี่ยงนำกลับมาใช้ จะไม่ดีต่อสุขภาพ
- เฟอร์นิเจอร์ไม้: แยกชิ้นส่วนออกให้มากที่สุด นำออกผึ่งในที่ลมโกรก อย่าให้โดนแดดโดยตรง เพราะไม้จะบิดและซีดได้ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อราบนเนื้อไม้ โดยใช้เบคกิ้งโซดาขัดออกแล้วปล่อยให้แห้ง
- เครื่องหนัง: ล้างสิ่งสกปรกออกด้วยน้ำเย็น ใช้แปรงขนนุ่มหรือผ้าชุบสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับหนังเช็ดทำความสะอาด ตากให้แห้งในที่ลมโกรก หากหนังแห้งกรอบทาด้วยโลชั่นหรือวาสลีน
ซ่อมแซมพื้นและผนังบ้าน
สำหรับพื้น หากเป็นกระเบื้องก็โชคดีหน่อย ขัด ล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรก ปล่อยให้แห้งก็ใช้ได้แล้ว แต่หากเป็นพื้นไม้ หรือปาเก้ หากเสียหายไม่มาก เช็ดทำความสะอาด เปิดหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเท แต่อย่าเพิ่งนำอะไรมาวางทับจนกว่าจะแห้งสนิทนะครับ ไม่เช่นนั้นความชื้นจะระบายออกมาไม่หมด
ในส่วนของผนังบ้าน โดยส่วนใหญ่แล้วจะก่ออิฐฉาบปูน เมื่อน้ำลดให้ขัดล้างทำความสะอาด หากมีปัญหาเรื่องเชื้อรา เมื่อทำความสะอาดแล้วปล่อยให้แห้งอย่างน้อย 1 วัน แล้วทาด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา 1-2 ครั้ง ก็พร้อมจะทาสีใหม่แล้วครับ แต่ถ้าหากผนังมีการบุด้วยวอลล์เปเปอร์ ต้องลอกออกให้หมด เพื่อให้ผนังระบายความชื้นออกมา ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจึงติดวอลเปเปอร์ใหม่ หรือจะเปลี่ยนแผนเป็นทาสีแทนก็ได้นะครับ