ฉนวนกันความร้อนมีแบบไหนบ้าง และการเลือกใช้งานให้เหมาะกับอาคาร
อากาศก็เริ่มร้อนมากขึ้นทุกปีๆ หน้าหนาวก็เหมือนจะไม่มีเสียอีก สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับบ้านนั่นก็คือ “ฉนวนกันความร้อน” แต่ฉนวนกันความร้อนมีให้เลือกมากมายหลายประเภทในท้องตลาด แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะกับบ้านเรา
ฉนวนประเภทแบบไหนถึงจะเหมาะกับบ้านเรา
ฉนวนกันร้อนจะมี 2 หน้าที่ด้วยกันคือดูดซับความร้อน และสะท้อนความความร้อน ซึ่งสามารถจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ แบบแผ่น และแบบพ่น ดังต่อไปนี้
1. ฉนวนกันความร้อนแบบแผ่น
ติดตั้งได้ง่ายอย่างปูบนฝ้าเพดาน ลักษณะของฉนวนกันร้อนประเภทนี้จะจำหน่ายเป็นม้วน มีความหนาและค่ากันความร้อนแตกต่างกัน
- ฉนวนใยแก้ว (Fiber Glass): ลักษณะจะเป็นแผ่นหนาหุ้มด้วยแผ่นฟอยล์ ซึ่งภายในประกอบไปด้วยใยแก้วเส้นเล็กที่ประสานตัวเกิดเป็นช่องโพรงอากาศซึ่งทำหน้าที่เก็บความร้อนไว้ภายใน ทั้งยังช่วยดูดซับเสียง และไม่ลุกติดไฟ
- อลูมิเนียม ฟอยล์ (Aluminium Foil): เป็นวัสดุที่ช่วยสะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนและรังสียูวี มีลักษณะเหนียวคงทน ไม่ขาดง่าย
- โพลียูรีเทน โฟม (Polyurethane Foam) หรือโฟม PU: เป็นเทคโนโลยีการฉีดโฟมเพื่อป้องกันความร้อน เหมาะสำหรับใช้ในทำโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ มีคุณสมบัติป้องกันน้ำและความชื้น กันเสียงได้ดี
- โพลีเอธิลีน โฟม (Polyethylene Foam) หรือโฟม PE: ลักษณะเป็นแผ่นเหนียวนุ่มมีความหนา หุ้มด้วยแผ่นฟอยล์บางๆ เคลือบผิวอีกชั้น ต้านทานความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา และทนต่อแรงกระแทกได้ดี
- โพลีสไตรีน โฟม (Polystyrene Foam) หรือโฟม PS: สามารถกันได้ทั้งความร้อนและความเย็น เป็นวัสดุน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย จึงทำให้การติดตั้งสะดวกและรวดเร็ว
2. ฉนวนกันความร้อนแบบพ่น
เป็นฉนวนที่ใช้พ่นบนวัสดุอีกชิดเพื่อทำหน้าที่กันความร้อน ซึ่งจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบบแผ่น
- เซรามิคสะท้อนความร้อน (Ceramic Coating): เป็นแผ่นฟิล์มที่ได้จากอนุภาคเซรามิคมาผสมกับอะคริลิก นิยมเคลือบหลังคาและดาดฟ้า นอกจากจะกันร้อนได้แล้วยังกันน้ำซึมได้อีกด้วย
- เยื่อกระดาษ (Cellulose): มีคุณสมบัติควบคุมอุณหภูมิด้วยเส้นใยที่ผสมกันเป็นปุยนุ่น ป้องกันเสียงเข้าออก ไม่ลามไฟ และไม่เป็นแหล่งอาหารของหนู แมลงสาบ ปลวก
วิธีการติดตั้งฉนวนกันความร้อน
หากบ้านของท่านมีฝ้าเพดานและโครงคร่าวอยู่ในสภาพดี และสามารถรับน้ำหนักฉนวนที่เพิ่มขึ้นได้ ก็สามารถปูฉนวนกันความร้อนชนิดปูบนฝ้าได้เลย แต่หากโครงคร่าวเดิมไม่สามารถรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้ จำเป็นที่ต้องเสริมหรือรื้อเปลี่ยนโครงคร่าวใหม่เพื่อความแข็งแรง
กรณีบ้านของท่านไม่มีฝ้าเพดาน สามารถเลือกใช้ฉนวนโพลียูรีเทนโฟม (PU) พ่นใต้หลังคาได้เลย หรืออีกทางเลือกคือ ปิดฝ้าเพื่อปูฉนวนกันความร้อนแบบปูบนฝ้า ซึ่งทำได้ทั้งรูปแบบฝ้าเพดานปกติ หรือตีฝ้าลาดเอียงไปตามหลังคา
ฉนวนกันความร้อนในงานอุตสาหกรรมและหลังคาโรงงาน
ประเภทหลังคา Metal Sheet หากไม่ติดตั้งฉนวนกันความร้อน จะทำให้เกิดการสะสมความร้อนของหลังคา เมื่ออุณหภูมิภายในอาคารสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน การติดตั้งฉนวนแผ่น PE สามารถติดตั้งได้ทั้งใต้หลังคาเดิม หรือติดตั้งใต้แผ่นฉนวนประเภทต่างๆ เดิมได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องรื้อถอนฉนวนเดิมออก
นอกจากนี้ยังมี ฉนวนกันความร้อน สำหรับหุ้มท่อปรับอากาศ เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในและป้องกันการเกิดหยดน้ำ เหมาะสำหรับงานระบบปรับอากาศในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติฉนวนกันความร้อน
| ประเภทฉนวน | คุณสมบัติเด่น | การใช้งานที่เหมาะสม |
|---|---|---|
| ฉนวนใยแก้ว | เก็บความร้อนภายใน/ดูดซับเสียง | ปูบนฝ้าเพดาน |
| โฟม PU | กันน้ำ/ความชื้น/กันเสียง | โรงงานอุตสาหกรรม/พ่นใต้หลังคา |
| โฟม PE | น้ำหนักเบา/ทนแรงกระแทก | ใต้หลังคา Metal Sheet |
| เซรามิคโค๊ตติ้ง | สะท้อนความร้อน/กันน้ำซึม | เคลือบหลังคาและดาดฟ้า |